ประวัติดนตรีแจ๊ส part6

เพลงสากล

เมื่อ ยุคที่ Be Bop กำลังเจริญงอกงาม ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นของกลางปีทศวรรษที่ 40 – 50 ก็มีนักดนตรีกลุ่มหนึ่งที่เคยผ่านการเล่นฺ Bop มาแล้วและอยากหาแนวทางการเล่นใหม่ๆให้กับตนเอง ซึ่งแนวทางนี้จะเป็นแนวที่ต่างจาก Be Bop อย่างสิ้นเชิง ขณะที่ Bop เล่นกันอย่างรวดเร็วราวกับไฟที่กำลังโหมขึ้นอย่างรุนแรง ดนตรีแนวใหม่นี้กลับเหมือนน้ำแข็งที่เย็นสุดขั่ว ดนตรีแนวใหม่นี้ถูกเรียกว่า Cool Jazz

Cool Jazz เป็นสไตล์ที่เปิดช่องว่างให้กับนักดนตรีได้เล่นอย่างอิสระ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องรีบร้อนหรือดุดันอย่าง Be Bop ทางเดินของคอร์ดนั้นใช้คอร์ดได้น้อยมากและลดสปีดให้ช้าลง มีช่องว่างให้ผู้เล่นได้หายใจและมีเวลาคิดมากขึ้นในการอิมโพรไวส์ เป็นเพลงที่มีการเรียบเรียงเสียงประสานไว้ก่อน และมักใช้เครื่องดนตรีที่เข้ามาเสริมแตกต่างไปจากแจ๊สยุคก่อน ๆ เช่น ฟูเกิลฮอร์น ฟลุ๊ต และเชลโล ดนตรีแนวนี้นิยมเล่นกันในหมู่กว้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งแถบ West Coast และกลุ่มคนผิวขาวทั้งหลาย ศิลปินในยุคนี้ศิลปินก็มี LesterYoung, Stan Getz , Gerry Mulligan,Dave Brubeck,Chet Baker เป็นต้น และหนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงที่พัฒนาสไตล์นี้ที่เห็นภาพเด่นชัดมากที่สุดก็คือ Miles Davis และเขาได้สร้างอัลบัมชุดประวัติศาสตร์ของดนตรีแนวนี้ขึ้นมาก็คือชุด Birth Of Cool นั้นเอง

Hard Bop (1955)

แม้ว่ากระแสของ Cool Jazz จะเข้ามาปกคลุมและเป็นที่นิยมเล่นสำหรับชาว West Cost ทั้งหลาย แต่ช่วงเวลาที่ไม่ทิ้งห่างกันมากนักก็ยังคงมีนักดนตรีใน New York ที่เป็นพวกอนุรักษ์นิยมและศรัทธาในแนว Bop อยู่ ส่วนใหญ่มักจะเป็นเหล่าคนดำ พวกเขาไม่ได้ละทิ้งแต่อย่างใด แต่กลับนำมันไปพัฒนาขึ้นมาเป็นสไตล์ใหม่ พวกเขานำเอาสไตล์ของจังหวะที่แตกต่างกันม่ว่าจะเป็น R&B,Soul,Funky รวมไปถึง Gospel เป็นต้นมาผสมกับการเล่นแบบ Bop

ดังนั้น Hard Bop จึงมีจังหวะที่หนักหน่วงและร้อนแรงแบบบ็อบผสมกับจังหวะที่แปลกใหม่ของดนตรี สไตล์ต่างๆ ทั้งผู้เล่นและผู้ฟังต่างก็มีความสุขและสนุกกับมันเป็นอย่างมาก นักดนตรีที่เล่นในสไตล์นี้ก็มี Art Blakey , Cannonball Adderley , Horace Silver, Wayne Shorter, Lee Morgan, Freddie Hubbard, Hank Mobley, Cedar Walton หรือแม้กระทั่งตัวของ Miles Davis เองก็มีงานชั้นยอดในแนวนี้ออกมาอย่างมากมายด้วย

Modal Jazz

เมื่อย่างเข้าสู่ช่วงปลายของ ทศวรรษ 50 นักดนตรีทั้งหลายก็เริ่มต้นค้นหาเส้นทางใหม่ๆของแจ็ส เพราะด้วยแนวทางเดิมๆที่ได้มีอยู่นั้นเริ่มเป็นเรื่องที่ออกจะน่าเบื่อเกิน ไปซะแล้ว ดนตรีที่เคยอิมโพรไวส์กันเร็วจี๋อย่างบีบ็อบก็เป็นแค่การไล่ตามคอร์ดที่คอย เปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาให้ทันเท่านั้น แม้จะดร็อปจังหวะลงมาเป็นคูลแล้วก็เป็นเพียงแค่การเล่นที่ให้ความรู้สึกสบาย ไม่ต้องรีบร้อนอะไรมาก เมื่อเห็นดังนั้นแล้วบุคคลที่เรียกว่าเป็นผู้บุกเบิกดนตรีแจ็สก็คงจะหนีไม่ พ้น Miles Davis อย่างแน่นอน เขาและ John Coltrane ได้รวมทีมในยุคใหม่ขึ้นมาซึ่งได้แกนนำตัวสำคัญที่เป็นฟันเฟืองที่ทำให้เกิด เป็นสไตล์ Modal Jazz ขึ้นมาได้ก็คือยอดนักเปียโนอย่าง Bill Evans

Bill เป็นคนแจ็สที่ไม่ได้เล่นรวดเร็วหรือหวือหวาแต่อย่างใด แต่เขาเป็นคนที่เล่นรองรับและหนุ่นให้เครื่องดนตรีอื่นๆมีความโดดเด่นได้ เป็นอย่างดี เมื่อเห็นเป็นดังนี้ Miles จึงได้ทำการทดลองโดยการที่ลดและตัดทอนคอร์ดที่เยอะเพื่อให้เกิดช่องงว่าง สำหรับนักดนตรีที่อิมโพรไวส์และที่สำคัญเขาเล่มใช้เสียงประสานจากโหมดหรือ บันไดเสียงจากเสกลต่างๆมาใช้ในงานเพลงเพื่อให้เกิดเสียงใหม่ๆขึ้นมาและเกิด ความอิสระกับความคิดของผู้เล่นมากขึ้น ดังนั้นจึงเกิดมาเป็นผลลัพธ์ในอัลบัม Kind Of Blues ซึ่งจากวันนั้นจนวันนี้อัลบัมชุดนี้ยังคงเป็นอัลบัมที่นักดนตรีทั่วโลกยังคง ศึกษากันเป็นอย่างมาก