ประวัติดนตรีแจ๊ส part3

ดนตรีแจ็ส

Swing Era & Big Band (1920 – 1940)

ต่อมาหลังจากที่สไตล์ New Orleans Jazz ได้รับความนิยมอย่างสูง และช่วงเวลานี้ก็เริ่มมีการพัฒนาสไตล์และจังหวะของ ดนตรี จังหวะที่เรียกว่าสวิงถูกพัฒนาให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เริ่มมีการขืนจังหวะมากขึ้น (Syncopation) และการนับแบบ 2/4 เริ่มเป็นภาพเด่นชัด และวงดนตรีจะเริ่มมีการใช้สมาชิกเพิ่มขึ้น ส่วนมากจะมีคนเล่นประมาณ 10 -12 คน หรือบางครั้งจะมีมากกว่านั้นก็ได้ โดยที่สมาชิกส่วนใหญ่จะเป็นผู้เล่นเครื่องเป่าซะมากกว่า ในส่วนของกีต้าร์นั้นแทบจะไม่มีบทบาทอะไรเลย นอกจากจะใช้ตีคอร์ดเพียงอย่างเดียว หน้าที่ของวง Big Band นั้นอาจแบ่งได้ดังนี้ ในส่วนของ RHYTHM คือ PIANO, BASS, DRUMS และ GUITAR และส่วนของ BRASS ก็มี TRUMPET กับ TROMBONE ส่วน SAXOPHONE ก็มี ALTO, TENOR และ BARITONE

เสน่ห์ของวง Big Band นั่นอยู่ที่ส่วนของริทึ่มของเหล่าบรรดาเครื่องเป่าทั้งหลาย ที่คอยให้จังหวะรับส่ง เล่นทำนอง ที่เริ่มจากค่อย ๆ แล้วดังขึ้นเรื่อย ๆ สร้างอารมณ์ และจะมีคนโซโล่ออกมาเล่นเดี่ยว ซึ่งบุคคลผู้นั้นจะได้รับเกียรติ์อย่างยิ่งจากหัวหน้าวง ราวกับว่าตำแหน่งของเขาคือ มือโซโล่มือหนึ่งของวง

วง Big Band เริ่มเป็นที่นิยมในวงกว้างขึ้น แต่ละวงเริ่มมีงานมากขึ้น ส่วนหนึ่งก็มาจากช่วงเวลานั้นเศรษฐกิจในอเมริกากำลังเฟื่องฟู ตามเมืองต่างๆมีสถานท่องเที่ยวในยามค่ำคืนเกิดขึ้นอย่างมากมาย ดังนั้นปี 1917 น่าจะเริ่มต้นเป็นปีทองของแจ็สยุคใหม่ที่เรียกว่าSwing

 

New Orleans To Chicago & New York

ขณะ ที่ชาวเมืองต่างๆเริ่มมีความสุขอย่างยิ่งกับการท่องเที่ยวและเสพดนตรี ช่วงเวลาในปีเดียวกันนั้น (1917) ก็ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งขึ้น จากเหตุการณ์ครั้งนี้เองทำให้อะไรหลายๆอย่างในโลกมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง รวมไปถึงวงดนตรีอย่าง Big Band

เมื่อ เมืองสำคัญอย่าง New Orleans กลายเป็นเมืองแห่งจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ทำให้ผู้คนต่างพากันอพยพ โดยแยกย้ายกันไปอยู่ที่ต่างๆ และคนส่วนใหญ่ก็ได้ย้ายมาที่ Chicago และ New York นั้นก็หมายความว่าดนตรีแจ็สเริ่มที่จะผลิดอกและผลอีกครั้ง

- Chicago

ในส่วนของ Chicago นั้นก็ได้เป็นเมืองที่มีสถานท่องเที่ยวยามค่ำคืนเกิดขึ้นมา

อย่าง มากมาย และครั้งนี้ยังมีวง Big Band เยี่ยมๆที่อพยพตามมาเพื่อมาสร้างชื่อเสียงที่อีกทั้งยังมีนักดนตรีฝีมือดีๆ มากมายเกิดขึ้น อีกทั้งยังรวมไปถึงนักร้องอีกด้วย วงดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ก็คงจะเป็น วงของ Benny Goodman , King Oliver และนักประพันธ์เพลงที่เป็นหัวหน้าวงอีกคนที่มีชื่อในยุคนี้ก็คงหนีไม่พ้น Ferdinan “ Jelly Roll ” Morton เขาเป็นนักดนตรีอีกท่านหนึ่งที่มาพร้อมกับพรสวรรค์ทางเสียงดนตรี

นักดนตรีที่เรียกว่าเป็นนักปฎิวัติการเล่นอีกคนคงจะต้องให้เครดิตกับเขาผู้นี้ Louis Armstorng เดิมทีเดียวเขาเป็นลูกวงของ King Oliver และเขาก็เป็นมือโซโล่ด้วยเช่นกัน และเมื่อความหน้าเบื่อของการโซโล่ที่ไม่เคยได้สร้างความอิสระให้กับเขา เพราะทุกครั้งจะต้องโซโล่ไปพร้อมกันกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่น Louis จึงเปลี่ยนระบบใหม่เมื่อถึงท่อนกลางเขาจึงยืนขึ้นเพื่อโซโล่เดี่ยวแทน เมื่อเป็นเช่นนี้การอิมโพรไวส์จึงน่าจะเป็นการอิมโพรไวส์อย่างแท้จริง Louis Armstorng นับว่าเป็นบิดาคนสำคัญอีกหนึ่งท่านสำหรับคนแจ็ส

 New York New York

ย้อน กลับมาอีกทีหนึ่งที่เป็นแหล่งบ่มเพาะดนตรีแจ็สที่สำคัญ คนบางส่วนก็ได้ย้ายไปอยู่ Chicago บ้างก็ไป L.A ( Los Angeles ) แต่บางส่วนก็ขอสมัครใจที่มาสร้างเนื้อสร้างตัวปักหลักที่ New York เช่นกัน

จุดเริ่มต้นของกระแสดนตรีแจ็สที่นี่ก็ไม่ได้ต่างอะไรนักกับที่ Chicago แจ็สที่นี้ก็เริ่มต้นในสถานบันเทิงและตามย่านฮาร์เร็มทั้งหลาย นักดนตรีและเจ้าของวงชื่อดังใน New York คือ Duke Ellington นั่นเอง

ดนตรี ทั้งสองฝั่งไม่ว่าจะเป็นทั้ง New York หรือ Chicago ก็ดีต่างก็กระจายรากฐานของดนตรีแจ็สออกไปในวงกว้าง แต่หากสถานที่ที่แจ็สเริ่มตั้งรากฐานได้อย่างมั่นคงก็คงจะต้องนกให้เป็น New York อย่างแน่นอน เพราะที่นี่เริ่มที่จะเป็นเมืองหลวงของอเมริกาไปเรียบร้อยแล้ว และช่วงเวลาที่เด่นชัดในการพัฒนาของสวิงนั่นคือปี 1930 – 1940 นั่นเอง